Democracy without Borders

ประชาธิปไตยไร้พรหมแดน

နယ္စည္းမျခားေသာ ဒီမုိကေရစီ

Who am I???



I will use this blog like my diary, I will write anything that I want to write it here and Please open this blog by Mozilla Firefox not Internet Explorer or it will not work. Enjoy to read it!!!

เราคือใคร???

ต้องเปิด blog นี้ด้วย Mozilla Firefox นะคะ เพราะว่าถ้าเปิดด้วย Internet Explorer มันจะดูเละเทะ ขอบคุณค่ะ...

Self Esteem ความภูมิใจที่ทุกคนควรมี

Self Exteem ความภูมิใจที่ทุกคนควรมี

ที่มา: http://m.exteen.com/blog/tsubaki/read/253631

Self Exteem คือ ความภูมิใจในตัวเอง รักตัวเอง เข้าใจในตัวเอง เคารพในตัวเอง ความเชื่อมั่นในตัวเอง สรุปก็คือการที่เราจะทำอะไรต่างๆโดยที่มีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ถูกและ ภูมิใจ(ต้องเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับนะคับ ทิเช่นนั้นการกระทำนั้นจะเป็นการกระทำที่ชั่วไป)

ทำไมถึงต้องมี Self Esteem

คนที่ขาดความภูมิใจในตัวเองจะทำอะไรได้ไม่ดีเท่าที่ควรอันเนื่องมาจากการที่ คิดว่าตัวเองแย่ โง่ ไม่เอาไหน บางทีหากทำอะไรผิดพลาดและช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีสิ่งต่างๆรุมเร้าเช่น อกหัก สอบตก เงินหมด อื่นๆ ที่ทำให้กำลังใจหมดลงอาจจะนำไปสู่ความตายได้ในที่สุด ในทางกลับกันหากคนๆนั้นมี Self Esteem สูง + กับมีกำลังใจอย่างแรกกล้า เมื่อต้องทำอะไรหรือต้องต่อสู้กับอะไรคนๆนั้นจะมีความสามารถเพิ่มมาอย่างที่ ไม่มีมาก่อนได้เช่นกัน เพราะร่างกายจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถได้หามีอะไรมากระตุ้น.
Zone คือ อีกตัวอย่างหนึ่งของการที่มี Self Esteem เช่นกัน Zone คืออาการที่เรารู้สึกว่าอยู่ในอันตรายหรือการแข่งขันร้ายแรงแต่เวลา ทุกอย่างกลับช้า กว่าผิดปรกติทำให้เรามีโอกาศตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันส่งผลทำให้ร่างกายเพิ่ม ประสิทธิภาพในการอยู่รอบ บางคนคิดว่ามีแต่ในเกม การ์ตูน จริงๆแล้วฝรั่งเขาก็พิสูจน์มาเหมือนกันกับนักแข่งรถ หรือคนโดนร่มชูชีพที่ต้องเสี่ยงอันตราย คนพวกนนี้จะเรียกสิ่งที่ว่า Zone ขึ้นมาได้หากมีการฝึกฝีน Zone ไม่ใช่ว่าเราหยุดเวลาแต่ร่างกายหลั่งสารเคมี ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย แล้วสมองทำงานหนักขึ้นจนทำให้เรารู้สึกสบายและคิดได้เร็วขึ้นนั้นเอง(สายตา ของเราก็เร็วขึ้นด้วยจึงดูเหมือนเวลาช้าลง) แต่การที่เข้าอาการ Zone มันเป็นจิตใต้สำนึกของคนที่มีความรักชีวิตเห็นชีวิตมีคุณค่าหรือมี Self Esteem

การมี Self Esteem หรือรักตัวเองนั้นจะป้องกันการชักจูงต่างๆได้ เช่น ยาเสพติด ปัญหาครอบครัว อื่นๆที่พยายามชักจูงเรา บางคนที่ชอบโทษว่าตัวเองแย่เพราะสังคมนั้น แสดงว่าคนพวกนี้ขาด Self Esteem จึงต้องหันมาคล้อยตามสังคมด้านมืด คนที่มี Self Esteem เยอะ จะมีแนวโน้นที่จะมีชีวิตที่สำเร็จมาก ผมคนหนึ่งที่เด็กๆเป็นคนขาด Self Esteem มากซึ่งตอนนั้นเรียนไม่เอาไหนเลย จนวันหนึ่งได้ไปเจอคนได้เรียนรู้ต่างๆจนถึงทุกวันนี้เลยเข้าใจว่าผมไม่ได้ โง่ เพราะทุกวันนี้ผมเรียนดีขึ้นมากกว่าเก่าเยอะมาก จากเดิม 2.00 ถือว่าดีแล้ว แต่ตอนนี้ 2.75 เป็นสิ่งที่รับไม่ได้

คำถาม
1.คุณเคยเลือเสื้อผ้า 1 ชุด แล้วคนในครอบครัวบอกว่าไม่สวย แต่คุณก็ซื้อชุดนี้เลยเพราะว่าชอบ
2.คุณไปซื้อเสื้อผ้ากับเพื่อนแต่เพื่อนบอกว่าไม่สวย แต่คุณก็บอกว่า ฉันชอบชุดนี้จะทำไม
3.ไปกินข้าวเป็นกลุ่มต้องเลือก MK กับ FUJI ทุกคนบอกว่ายังไงก็ได้พอมีคนถามคุณบอกว่า FUJI !!!ดีไหม แล้วทุกคนก็เข้า FUJI
4.ทุกครั้งคุณส่องกระจกจะบอกว่า "ทำไมกรูหน้าตาดีอย่างนี้วะ"
5.ถ้ามีคนมาขอให่ช่วยแต่คุณไม่อยากช่วย(ยืมเงิน ทำรายงานคนเดียว) 60% คุณปฏิเสทพวกเขา
6.หากคุณไม่รู้ว่าซื้อของลดราคาที่ไหนในห้อง คุณเลือกที่จะถามคนข้างๆคุณที่ไม่รู้จักมากกว่าโทรไปหาเพื่อนที่เคนมาซื้อแล้ว
7.ต่อคิวซื้อของมีคนแซงแถว คุณคนเดียวที่ตะโกงว่า "ช่วยต่อแถวได้ไหม เจ้"
8. เมื่ออยู่กลุ่มเพื่อน คุณไม่เคยพูดว่า "ตามใจพวกมึง" ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ (ไม่ได้แปลว่าเอาแต่ใจ แค่กล้าบอกความรู้สึกถ้ากลุ่มอยากไปคุณก็ไปได้)
9.ถ้าคุณรู้ว่าเกมนี้โอกาศชนะ 50% คุณจะพยายามสู้เนื่องมากจากเชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง
10.มีหนุ่มๆหรือสาวๆ มองมาทางคุณ คุณกล้าหันกลับไปสบตาเข้า (แล้วบอกว่ามองหาอะไร---ล้อเล่น---)
ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างที่ผมคิดเอามาให้เทียบดู ไม่มีการรับประกันผลทั้งสิ้น....

การเพิ่ม Self Esteem

การ เพิ่ม Self Esteem มันต้องใช้เวลาไม่ใช่ว่าวันนี้คิดว่าต้องภูมิใจแล้วจะได้เลย การที่เราทำอะไรสำเร็จโดยใช้ความพยายามของเราก็จะช่วยเพิ่มได้เช่น เรียนมหาวิทยาลัยจบได้โดยใช้ความพยายามไม่ว่าได้เกรดเท่าไหร่ก็ตาม นั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตเลย หรือชนะการแข่งขัใหญ่ๆต่างๆ 2.พูดกับตัวเองว่าเราดี เก่ง หล่อ สวย น่ารัก ทุกวันสิ่งเหล่านีจะซึมเข้าไปเอง 3.กล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ดีเช่น ผมไม่เคยใส่สีชมพู วันหนึ่งมาลองใส่แล้วรู้สึกว่าสวยดี ไปที่เที่ยวต่างๆเจอขยะที่เราไม่ได้ทิ้ง แต่เราเก็บของเหล่านั้นไปทิ้งนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีและยังสร้างความภูมิใจให้ เราด้วย 4.ทำสิ่งที่คิดว่าความดี เพราะเราจะไม่มีอะไรต้องกังวลและจะภูมิใจในตัวเอง 5.เรียนหนังสือทำให้เราไม่โง่ คงเข้าใจนะคับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้รักตัวเองมากๆคนที่รักตัวเองเป็นยังไงก็เจริญคับรักในทางที่ถูก ถ้ายังรักตัวเองไม่เป็นก็รักคนอื่นไม่เป็นเช่นกัน

6Q ที่ควรรู้ ( IQ EQ CQ MQ PQ AQ )

1---> IQ : Intelligence Quotient

ความ ฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ การใช้เหตุผล การเชื่อมโยงปัจจัยที่มีผลต่อ IQ ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้คือพันธุกรรม ส่วนที่สามารถควบคุมได้ คือภาวะโภชนาการ สภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม จะเห็นว่าเราควบคุม IQ ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ต่างจาก Q อื่นๆ ซึ่งควบคุมได้ง่ายกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูโดยตรง ปัจจุบันนักวิจัยยืนยันว่า IQ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในชีวิต เช่น การทำงาน การเรียนแค่ 20% เท่านั้น

2---> EQ : Emotional Quotient
ความ ฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุมอารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี สามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สถานการณ์รอบข้างได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ กระตือรือร้น มีแรงจูงใจ อยากประสบความสำเร็จ เห็นคุณค่าและเชื่อมั่นในตนเอง รายงานการศึกษาหลายชิ้นสรุปตรงกันว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงาน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไปล้วนแต่มี EQ ดีทั้งสิ้น และสิ่งที่น่าดีใจก็คือ EQ สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาขึ้นได้ด้วยเหตุนี้คนจึงหันมาให้ความ สำคัญกับ EQ กันมาก ว่ากันจริงๆ แล้ว EQ ค่อนข้างกว้างมาก น่าจะเป็นหัวข้อใหญ่ที่ครอบคลุม Q ต่างๆ ได้ทั้งหมด และพ่อแม่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะลงรายละเอียดในประเด็นต่างๆ มากน้อยแค่ไหน เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่พอพูดถึง EQ ก็มักจะมุ่งไปที่การเป็นเด็กอารมณ์ดีซะมาก จนอาจมองข้ามรายละเอียดบางข้อที่มีประโยชน์กับเด็ก เช่น การปลูกฝังกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย เด็กจะสามารถควบคุมตัวเองได้ต่อเมื่อพ่อแม่ฝึกระเบียบวินัยให้ รู้จักควบคุมลูก พูดง่ายๆ คือไม่ตามใจในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งพบความสัมพันธ์ว่า เด็กที่พ่อแม่สอนเรื่องระเบียบวินัยดีๆ มักจะเป็นเด็กซึ่งมี EQ ดีตามมา

3---> CQ : Creativity Quotient
ความ ฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเล่น งานศิลปะ การประดิษฐ์สิ่งของ CQ จะสัมพันธ์กับเรื่องการเล่น ถ้าเด็กได้เล่นอย่างอิสระตามความชอบและเหมาะกับวัย เด็กก็จะมีความคิดสร้างสรรค์
การปลูกฝังเรื่องนี้จึงอยู่ที่พ่อแม่มีเวลา เล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการกับลูก เช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็นของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น

4--->MQ : Moral Quotient
ความ ฉลาดทางศีลธรรม จริยธรรม คือมีความประพฤติดี รู้จักผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มีจริยธรรม เป็นแนวคิดที่มุ่งตอบคำถามว่าการที่เรามีคนที่ IQ ดี EQ สูง แต่ถ้ามีระดับคุณธรรมจริยธรรมต่ำก็อาจใช้ความฉลาดไปในทางที่ไม่ถูกต้องก็ เป็นได้ MQ จึงเน้นเรื่องการปลูกฝังความดีงามให้กับเด็ก ซึ่งตรงกับหลักศาสนาหลายศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี เด็กที่มี MQ ดีมักเป็นเด็กเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเมื่อโตขึ้นจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย การที่เด็กจะมี MQ เกิดขึ้นได้นั้นต้องเริ่มต้นจากการที่เด็กรู้จักถูกผิด สิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ ซึ่งจะใช้วิธีการบอกด้วยคำพูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแสดงให้เด็กเห็นอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการสอนด้วยจึงจะได้ผล

5--->PQ : Play Quotient
ความ ฉลาดที่เกิดจากการเล่น เกิดจากความเชื่อที่ว่าการเล่นพัฒนาความสามารถของเด็กได้หลายด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย ความเฉลียวฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์และสังคม PQ จึงเน้น ให้พ่อแม่เล่นกับลูก ถึงกับมีคำพูดที่ว่าพ่อแม่เป็นอุปกรณ์การเล่นที่ดีที่สุดของลูก การที่พ่อแม่ให้ลูกขี่คอ เล่นจ๊ะเอ๋ เล่นซ่อนหา เล่านิทาน สามารถสร้างเสริมพัฒนาลูกได้ดีกว่าของเล่นพัฒนาการแพงๆ เพราะนอกจากพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว ลูกยังได้รับความรู้สึกอบอุ่น มีความสุขไปพร้อมกับคำสอน หลักคิดต่างๆ ที่สอดแทรกระหว่างที่เล่นด้วย

6--->AQ : Adversity Quotient
ความ ฉลาด ในการแก้ไขปัญหา คือมีความยืดหยุ่นสามารถปรับตัวในการเผชิญปัญหาได้ดี และพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหา เอาชนะอุปสรรคความยากลำบากด้วยตัวเอง ไม่ย่อท้อง่ายๆ จริงๆ แล้วความฉลาดในด้านนี้เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เป็นเด็ก เพราะเด็กจะเรียนรู้วิธีการมองและจัดการปัญหาจากผู้ใหญ่รอบข้าง ว่าปัญหานั้นเป็นปัญหาที่ต้องยอมจำนน เป็นโอกาสหรือเป็นเรื่องน่าท้าทาย แต่ก็อยู่ที่พ่อแม่ด้วยว่าจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกเผชิญกับการแก้ปัญหาด้วย ตัวเองหรือไม่

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1157949

An arrangement of Canon in D (Unfinished)

ครีเอทีฟคอมมอนส์ไทยคืออะไร

Designing For Hackability

 

แต่งงานพี่ตุ๊ก

ซ้อมรับปริญญา

ปึกเตียน

ขุนศึก

สวนผีเสื้อ

Smart Project

ขุนทอง

ทิงเกอร์เบลล์